สถานที่เที่ยวสุดฮิตใน จ.ภูเก็ต

ถ้านึกถึง 'ภูเก็ต' ทุกคนจะนึกถึงอะไรกันก่อนคะ? อย่างแรกเลยก็จะต้องเป็นทะเลที่สีฟ้าสดใส หาดทรายขาว เนียน ละเอียดใช่มั้ยคะ? ^^ แต่แอดมินขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่าในปัจจุบันนี้ ภูเก็ตของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ไม่ใช่แค่หาดทรายขาว หรือดำน้ำดูปะการัง ปัจจุบันที่นี่มีหาด หรือจุดชมวิวสวยๆที่รอให้ทุกคนไปเยือน และบทความนี้จะพาทุกท่านไปเที่ยวภูเก็ตกัน จะมีที่เที่ยวไหนสวยๆบ้าง หรืออัพเดตใหม่ๆบ้าง มาชมกันเลยค่ะ











1.  หาดป่าตอง



ชายหาดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง มีหาดทรายสีขาวละเอียด เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางทะเล โดยมักจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อน นอนอาบแดด และเล่นน้ำทะเลกันอย่างล้นหลาม นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ หาดจะมีร้านค้า ร้านอาหาร สิ่งอำ
นวยความสะดวก รวมไปถึงแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวมากมาย เรียกได้ว่ามาที่นี่รับรองไม่มีเหงา ใครสนใจก็แวะมาเช็กอินริมหาดกันได้เลย

พิกัด : อำเภอกะทู้ ริมถนนทวีวงศ์ (ทางหลวง 4233) จากตัวเมืองมาตามทางหลวง 4029 ผ่านวัดสุวรรณคีรีวงก์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนประชานุเคราะห์
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

2. แหลมพรหมเทพ



แหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตที่ใครต่อใครต่างต้องไปเยือนเมื่อไปถึงจังหวัดภูเก็ต โดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ไทยเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก โดยสุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่า "แหลมเจ้า" บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล โดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่านเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างสวยงาม ฉะนั้นใครที่อยากชมแสงสุดท้ายของวันที่สวยที่สุด...ต้องมาที่นี่ !

พิกัด : ราไวย์ เมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร ห่างจากหาดราไวย์เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

3. แหลมกระทิง



จุดชมวิวแห่งใหม่ของจังหวัดภูเก็ต มองเห็นทะเลอันดามันเกือบ 360 องศา สำหรับใครที่อยากเดินทางมายังจุดชมวิวแห่งนี้ อาจต้องเดินทางมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ๆ เพราะหากมาหลังพระอาทิตย์ตกจะมืดมาก และเดินลำบาก โดยเริ่มต้นเส้นทางผ่านหาดในหานมาทางอ่าวเสน หรือจะเริ่มต้นที่อ่าวเสน หรือเดินขึ้นไปทางกำแพงเล็ก ๆ ก่อนถึงบ้านกระทิงรีสอร์ทก็ได้ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบ เพราะคุณจะต้องเดินผ่านโขดหิน ซึ่งอาจเผลอลื่นและเป็นอันตรายได้ ตลอดทางคุณจะมองเห็นวิวที่ทำให้คุณต้องร้องว้าว ! ประมาณ 45 นาที ก็จะถึงแหลมกระทิง และอย่างที่บอกไปแล้วว่าทางกลับค่อนข้างมืด เราจึงไม่แนะนำให้อยู่ดูพระอาทิตย์ตกดิน
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

4. ย่านเมืองเก่าโบราณ




ย่านรวมตึกเก่าโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส คุณจะพบกับเสน่ห์ของตัวอาคารที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้านหน้าอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอย่างสวยงาม มีร้านขายผ้าปาเต๊ะ ผ้าลูกไม้ ร้านกาแฟ โรตีมะตะบะ และอีกมากมายให้แวะกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมซุ้มโค้งแบบโรมัน บานหน้าต่าง ช่องแสงลวดลายเรขาคณิตยุคอาร์ตเดโคสุดสวย ฯลฯ

อยากแนะนำให้แวะ "ซอยรมณีย์" ที่อดีตเคยเป็นซอยบันเทิง ซึ่งปัจจุบันถูกตกแต่งด้วยสีสันสวยงามน่าถ่ายรูปสุด ๆ ต่อด้วย "อังมอเหลา" คฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิก & เรอเนสซองส์ ของตระกูลนายเหมืองเก่า ปิดท้ายด้วยแวะเก็บภาพที่สถานที่ยอดฮิตอย่าง "ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด" "ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ" และ "โรงแรมออนออน" รับรองว่าคุณจะหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง

พิกัด : อำเภอเมือง บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ถนนพังงา และรอบ ๆ
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

5. พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว


ตึกเก่าสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน อดีตโรงเรียนจีนเก่าแก่ ภายในเป็นแหล่งรวมเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาพักพิงอยู่ในเขตตลาด มีการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจทั้งสิ้น 14 ห้อง โดยแนะนำให้เดินดูตั้งแต่ห้องที่ 1 ซึ่งเป็นห้องที่มีวีดิทัศน์บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางของชาวจีน ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ จากถิ่นกำเนิดสู่ภูเก็ตสายสัมพันธ์กับแผ่นดินแม่ สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว สัมมาอาชีพ และภูมิปัญญา อาทิ การทำเหมืองแร่ สวนยางพารา วัฒนธรรมการกินอยู่ การสร้างบ้าน เครื่องแต่งกาย ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนศึกษาแบบอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ รวมไปถึงประวัติโรงเรียนและครูใหญ่คนสำคัญ

พิกัด : 28 ถนนกระบี่ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

6. จุดชมวิวเขารัง


เป็นเนินเขาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ โดยขับขึ้นไปตามถนน "คอซิมบี้" ได้เลย ด้านบนสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน ทั้งหลังคาตึกเก่า สะพานหิน อ่าวฉลอง หาดราไวย์ ฯลฯ เรียกได้ว่าสามารถชื่นชมความงดงามของเมืองภูเก็ตได้ถึง 360 องศา เลยทีเดียว และโดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่นี่จะโรแมนติกมากเป็นพิเศษ เนื่องจากจะสามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของบ้านเมืองด้านล่างได้อย่างสวยงามประทับใจสุด ๆ

พิกัด : จากที่ว่าการอำเภอมาทางถนนแม่หลวน จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนคอซิมบี้ไปจนสุดทาง หรือจะเข้าจากถนนวชิระข้างโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตก็ได้
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

8. วัดฉลอง


"วัดฉลอง" หรือ "วัดไชยธาราราม" วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อ "หลวงพ่อแช่ม" หรือ "พระครูวิสุทธิองศาจารย์ญาณมุณี" พระครูผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวเมืองภูเก็ต จากเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และคุณความดีของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง ในการเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวบ้านในการต่อสู้กับพวกอั้งยี่ (พวกจีนที่ก่อการกบฏ) โดยท่านได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านทุกคนโพกหัวเพื่อเป็นขวัญและกำลัง ใจในการต่อสู้จนชนะพวกอั้งยี่ได้ (ตอนนั้นพวกอั้งยี่เรียกชาวบ้านว่า "พวกหัวขาว")

ภายหลังรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าพระราชทานสมณะศักดิ์แก่หลวงพ่อแช่มวัดฉลองเป็นพระครูวิสุทธิ วงศาจารย์ญาณมุนี ซึ่งท่านก็เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวภูเก็ตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แวะไปสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองกันได้ทุกวัน รับรองอิ่มบุญอิ่มใจกันถ้วนหน้าแน่นอน

พิกัด : 70 บ้านฉลอง ถนนเจ้าฟ้า หมู่ที่ 6 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

10.อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร


สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อมาถึงภูเก็ตแล้วไม่แวะมาสักการะถือว่ามาไม่ถึง เป็นอนุสาวรีย์สองสตรีผู้กล้าแห่งเมืองถลาง หรือที่รู้จักกันในนาม "คุณหญิงจัน คุณหญิงมุก" ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในชุดโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มตะเบงมาน มือทั้งสองถือดาบ

มีประวัติเล่าว่าในช่วง พ.ศ. 2328 ประเทศไทยถูกพม่ารุกราน โดยศึกครั้งนั้นเรียกกันว่า "สงครามเก้าทัพ" และมีทัพหนึ่งของพม่าบุกมาทางภาคใต้หมายจะตีเมืองถลางให้สำเร็จ ขณะนั้นเจ้าเมืองถลางสามีของคุณหญิงจันเพิ่งเสียชีวิตลงทำให้เมืองถลางขาดผู้นำ คุณหญิงจันและคุณหญิงมุกผู้เป็นน้องจึงอาสาเป็นผู้บัญชาการรบด้วยตัวเอง

โดยได้ออกอุบายลวงพม่าให้ผู้หญิงในเมืองถลางราว 500 คน แต่งตัวเลียนแบบชายชาตรี และแสร้งทำเป็นว่าถือดาบ โดยให้เอาไม้ทองหลางเคลือบดีบุกถือต่างอาวุธ และทำทีจัดขบวนไพร่พลเดินตระเวน และประชุมพลถ่ายเทคนเข้าออกให้เห็นว่าทัพไทยมีพลกำลังเสริมเข้ามาตลอดเวลา ทำให้พม่าลังเลใจที่จะเข้าตี และด้วยระยะเวลาที่ยาวนานส่งผลให้กองทัพพม่าขาดเสบียงอาหาร บาดเจ็บล้มตายเป็นประจำทุกวัน ส่งผลให้กองทัพปั่นป่วนและสูญเสียทหารไปมากกว่า 400 คน ท้ายที่สุดพม่าจึงตัดสินใจยกทัพกลับไป ซึ่งนับเป็นวีรกรรมที่น่าเชิดชูยิ่งนัก ไหน ๆ ก็มาถึงเมืองภูเก็ตกันแล้วควรหาเวลาไปสักการะท่านทั้งสองกันสักครั้ง

พิกัด : บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


 


1.  หาดป่าตอง



ชายหาดยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง มีหาดทรายสีขาวละเอียด เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำและทำกิจกรรม
ทางทะเล โดยมักจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อน นอนอาบแดด
และเล่นน้ำทะเลกันอย่างล้นหลาม นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ หาดจะมีร้านค้า ร้านอาหาร
สิ่งอำ
นวยความสะดวก รวมไปถึงแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวมากมาย
เรียกได้ว่ามาที่นี่รับรองไม่มีเหงา ใครสนใจก็แวะมาเช็กอินริมหาดกันได้เลย

Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


2. แหลมพรหมเทพ


แหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตที่ใครต่อใครต่างต้องไปเยือนเมื่อไปถึงจังหวัดภูเก็ต โดยรอบมีทัศนียภาพ
ที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก โดยสุดปลายของแหลมพรหมเทพ
มีชื่อว่า "แหลมเจ้า" บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล โดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่าน
เกาะกลุ่มกันอยู่อย่างสวยงาม ฉะนั้นใครที่อยากชมแสงสุดท้ายของวันที่สวยที่สุด...ต้องมาที่นี่ !

Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


3. แหลมกระทิง



จุดชมวิวแห่งใหม่ของจังหวัดภูเก็ต มองเห็นทะเลอันดามันเกือบ 360 องศา สำหรับใครที่อยาก
เดินทางมายังจุดชมวิวแห่งนี้ อาจต้องเดินทางมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ๆ เพราะหากมาหลังพระอาทิตย์
ตกจะมืดมาก และเดินลำบาก โดยเริ่มต้นเส้นทางผ่านหาดในหานมาทางอ่าวเสน หรือจะเริ่มต้น
ที่อ่าวเสน หรือเดินขึ้นไปทางกำแพงเล็ก ๆ ก่อนถึงบ้านกระทิงรีสอร์ทก็ได้ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบ
เพราะคุณจะต้องเดินผ่านโขดหิน ซึ่งอาจเผลอลื่นและเป็นอันตรายได้ ตลอดทางคุณจะมองเห็นวิวที่
ทำให้คุณต้องร้องว้าว ! ประมาณ 45 นาที ก็จะถึงแหลมกระทิง และอย่างที่บอกไปแล้วว่าทางกลับ
ค่อนข้างมืด เราจึงไม่แนะนำให้อยู่ดูพระอาทิตย์ตกดิน
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


4. ย่านเมืองเก่าโบราณ


ย่านรวมตึกเก่าโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส คุณจะพบกับเสน่ห์ของตัวอาคารที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาล
ที่ 5 ตกแต่งด้านหน้าอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอย่างสวยงาม 

Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


5. พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว


ตึกเก่าสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน อดีตโรงเรียนจีนเก่าแก่ ภายในเป็นแหล่งรวมเรื่องราวของชาวจีน
โพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาพักพิงอยู่ในเขตตลาด มีการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจทั้งสิ้น 14 ห้อง
โดยแนะนำให้เดินดูตั้งแต่ห้องที่ 1 ซึ่งเป็นห้องที่มีวีดิทัศน์บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทาง
ของชาวจีน ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ จากถิ่นกำเนิดสู่ภูเก็ตสายสัมพันธ์กับแผ่นดินแม่
สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว สัมมาอาชีพ และภูมิปัญญา อาทิ การทำเหมืองแร่
สวนยางพารา วัฒนธรรมการกินอยู่ การสร้างบ้าน เครื่องแต่งกาย ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์
ตลอดจนศึกษาแบบอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ รวมไปถึงประวัติโรงเรียนและครูใหญ่คนสำคัญ

Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius


6. จุดชมวิวเขารัง


เป็นเนินเขาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปถึง
ยอดเขาได้ โดยขับขึ้นไปตามถนน "คอซิมบี้" ได้เลย ด้านบนสามารถมองเห็นทัศนียภาพของ
เกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน และโดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่นี่จะโรแมนติกมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากจะสามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของบ้านเมืองด้านล่างได้อย่างสวยงามประทับใจสุด ๆ
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius



8. วัดฉลอง


"วัดฉลอง" เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อ "หลวงพ่อแช่ม" หรือ "พระครูวิสุทธิองศาจารย์ญาณมุณี"
พระครูผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวเมืองภูเก็ต 
แวะไปสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับ
ตัวเองกันได้ทุกวัน รับรองอิ่มบุญอิ่มใจกันถ้วนหน้าแน่นอน
Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius



10.อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร


สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อมาถึงภูเก็ตแล้วไม่แวะมาสักการะถือว่ามาไม่ถึง เป็นอนุสาวรีย์สองสตรี
ผู้กล้าแห่งเมืองถลาง หรือที่รู้จักกันในนาม "คุณหญิงจัน คุณหญิงมุก" ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใน
ชุดโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มตะเบงมาน มือทั้งสองถือดาบ
ไหน ๆ ก็มาถึงเมืองภูเก็ตกันแล้วควรหาเวลาไปสักการะท่านทั้งสองกันสักครั้ง

Credit : ข้อมูลและรูปภาพจาก makalius

 

 

Visitors: 81,971